วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

คำศัพท์ 10 คำ

1. icon (ไอค่อน) : ไอคอน ภาพเล็กๆ ที่ปรากฏบนจอภาพเพื่อแทนโปรแกรมกิจลักษณ์ (feature) หรือแฟ้มข้อมูลใดๆ เมื่อต้องการใช้สิ่งเหล่านี้ ผู้ใช้เพียงแค่คลิกที่ icon เหล่านี้ โปรแกรม กิจลักษณ์ หรือแฟ้มข้อมูลนั้น ก็จะเปิดออกมาให้ใช้ได้ทันที

2. image (อิมเมจ) : ภาพ หมายรวมถึง รูปภาพที่ปรากฏบนกระดาษ บนจอภาพ หรือรูปภาพที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรือรูปภาพที่สร้างขึ้นมาจาก pixel (bitmap) ด้วย

3. import (อิมพอร์ต) : การนำเอาเอกสารสารสนเทศจากที่อื่น ระบบอื่น หรือโปรแกรมอื่น มาสู่คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้

4. information (อินฟอร์เมชั่น) : สารสนเทศ ได้แก่ข้อมูลที่นำมาแปลความหมายแล้ว เป็นข้อเท็จจริงที่ได้จากข้อมูล หลังจากที่ได้ประมวลผลข้อมูลนั้นๆ แล้ว

5. input (อินพุท) : การนำข้อมูลหรือ สารสนเทศเข้าสู่คอมพิวเตอร์ เช่น ใช้แป้นพิมพ์ (keyboard) หรือการนำเข้าจากแฟ้มข้อมูลบนแผ่นดิสก์ ผ่านทางช่องดิสก์ เป็นต้น

6.kernel (เคอร์เนล) : ศูนย์กลางของระบบ ควบคุมการปฏิบัติงาน ส่วนหนึ่งของระบบที่จัดการเกี่ยวกับหน่วยความจำ แฟ้มข้อมูลและอุปกรณ์ต่อเชื่อมโยงต่างๆ เป็นส่วนที่รักษาเวลาและวันเดือนปี ส่วนนี้ทำหน้าที่นำโปรแกรมปฏิบัติการออกมาทำงาน และเป็นส่วนที่กำหนดระบบแหล่งข้อมูล

7. key (คีย์) : แป้นคีบนแป้นพิมพ์ ในภาษาไทยมักเรียกว่า แป้นอักษร

8. keyboard (คีย์บอร์ด) : แป้นพิมพ์ หรือ คีบอร์ด เป็นอุปกรณ์ประกอบภายนอกอย่างหนึ่งของคอมพิวเตอร์ มีลักษณะคล้ายแป้นพิมพ์ดีด เป็นเครื่องมือนำข้อมูลเข้า (input device) อย่างหนึ่งของคอมพิวเตอร์

9. keyword (คีย์บอร์ด) : คำไข ข้อความ วลี หรือ รหัสใดๆ ที่เก็บไว้ใน key field และนำมาใช้เรียงลำดับ หรือใช้ในการค้นหาในระเบียน; คำซึ่งได้สงวนไว้เพื่อใช้ในภาษาโปรแกรม หรือใช้ในระบบการปฏิบัติงานโดยเฉพาะ

10. kilo (กิโล) : เท่ากับ 1,000 ตามระบบเมตริก ในทางคอมพิวเตอร์ kilo จะเท่ากับ 1024 หรือ 2ยกกำลัง 10 เพราะว่าใช้เลขฐาน 2 เนื่องจากมีความแตกต่างกันเช่นนี้ ในทางปฏิบัติจึงมักใช้ k แทน 1.000และ K แทน 1024 เช่น 1 kHz = 1,000 hertz และ KB = 1024 byte เป็นต้น

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

คำศัพท์ 10 คำ

1. Upload เป็นการส่งไฟล์ของคุณเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยเราเรียกการส่งไฟล์แบบนี้ว่า Upload

2. TOKEN RING มาตราฐานการเชื่อต่อเคเบิล อย่างหนึ่งในระบบเครือข่าย

3. Usenet (User Network) เป็นรูปแบบเน็ตเวอร์คสาธารณะที่รวบรวมกลุ่มข่าวสารต่างๆ(newsgroups) ไว้นับพันๆกลุ่ม

4. TELNET เครื่องมือในการติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกล

5. Router เป็นการรวมกันระหว่าง Hardware กับ Software ที่จัดการเกี่ยวกับเส้นทางการไหลของข้อมูล ใช้เพื่อค้นหาเส้นทางบนเน็ตเวิร์ค

6. Repeater เมื่อคอมพิวเตอร์ส่งสัญญาณข้อมูลในรูปของสัญญาณไฟฟ้าไปตามสายที่มีความยาวมาก จะทำให้ความแรงของสัญญาณไฟฟ้าที่ปลายสายค่อย ๆ ลดน้อยลงไปตามระยะทางที่ยาวขึ้น เมื่อต้องการติดตั้งระบบแลนที่กินพื้นที่ค่อนข้างกว้าง จำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความแรงของสัญญาณ

7. Protocol ข้อตกลง, หลักการ, กฏเกณฑ์ที่ได้ อธิบายการทำงาน ว่าต้องทำอย่างไร ใช่ร่วมกันในการสื่อสาร

8. Frame Relay เป็นบริการของ เครือข่ายพื้นที่กว้าง (WAN) ที่เป็นการเชื่อมต่อ แบบปิด-เปิด (on-and-off) ระหว่างสถานที่ ที่อยู่ห่างกัน
เป็นระยะทางไกล

9. PING (Packet Internet Groper) ใช้ประโยชน์สำหรับการส่งข้อมูลที่เป็นแพคเกท เพื่อค้นหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ผ่านเน็ตเวอร์ค อาจจะใช้เพื่อ ตรวจสอบดูว่า คอมพิวเตอร์ นั้นถูกต่อกับเน็ตเวอร์ค หรือไม่

10. DIAL UP การติดต่อกับคอมพิวเตอร์ หรือระบบเครือข่าย ผ่านทางสายโทรศัพท์

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

คำศัพท์ 10 คำ

1.ssembly language : ภาษาแอสเซมบลี  เป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ เป็นภาษาระดับต่ำคล้ายๆกับภาษา Basic และภาษา Cobol

2.automatic teller machine : เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ เป็นเครื่องทีไม่มีคนประจำอยู่ ซึ่งสามารถควบคุมการถอนเงิน การดูยอดบัญชีและทำงานอื่นๆ เกี่ยวกับการจ่ายเงินโดยอัตโนมัติ

3.auxiliary storage : หน่วยเก็บช่วย หน่วยเก็บรอง  เป็นหน่วยความจำที่ช่วยในการรองรับหน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์หรือที่เรียกว่า หน่วยความจำสำรอง (Secondary storage)

4.backup : การสำรอง การสำรองเอาไว้ใช้สำรองโปรแกรมหรือสำรองไว้เพื่อกันโปรแกรมเสียหาย

5.Token Ring มาตราฐานการเชื่อต่อเคเบิล อย่างหนึ่งในระบบเครือข่าย

6.Repeater เมื่อคอมพิวเตอร์ส่งสัญญาณข้อมูลในรูปของสัญญาณไฟฟ้าไปตามสายที่มีความยาวมาก จะทำให้ความแรงของสัญญาณไฟฟ้าที่ปลายสายค่อย ๆ ลดน้อยลงไปตามระยะทางที่ยาวขึ้น เมื่อต้องการติดตั้งระบบแลนที่กินพื้นที่ค่อนข้างกว้าง จำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความแรงของสัญญาณ

7.Data  Highway  หมายถึง โครงสร้างเครือข่ายข้อมูลที่เชื่อมโยงกันทางคอมพิวเตอร์และเครื่องอิเล็กทรอนิคส์ได้ทั่วไปหมด   เปรียบเสมือนทางหลวงของข้อมูล   สามารถติดต่อหาข้อมูลข่าวสาร ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

8.Telnet เป็นเครื่องมือในการติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกล

9.Host Computer หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์หลักที่ใช้เชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตโดยตรง

10.M-Commerce หมายถึง การทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ไร้สาย หรืออุปกรณ์มือถือต่างๆ 

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

คำศัพท์ 10 คำ

1. Script : สคริปต์ โปรแกรมสั้น ๆ สำหรับจัดการกับข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว

2. weblogweblog : เว็บไซต์ส่วนบุคคลหรือจุดเริ่มไม่ใช่เชิงพาณิชย์ที่ใช้รูปแบบล๊อกวันที่ที่ได้รับการปรับปรุงทุกวันหรือความถี่สูงด้วยสารสนเทศใหม่เกี่ยว กับหัวข้อเฉพาะหรือช่วงของหัวข้อ สารสนเทศสามารถได้รับการเขียนโดยเจ้าของไซต์รวบรวมจากเว็บไซต์อื่นหรือทรัพยากรอื่น หรือผู้ใช้มอบให้

3. field : เขตข้อมูล กลุ่มตัวอักษรที่เกี่ยวกับการปฏิบัติในยูนิต e.g. กลุ่มของผู้ใช้การ์ดข้อมูลแทนอัตราค่าจ้างเป็นชั่วโมง รวมทั้งการบันทึกรายการหัวเรื่องต่างๆ

4. mainframe : คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่สามรถรับจำนวนของกลไกภายรอบนอกได้มาก

5. interface : ตัวเชื่อมประสาน ส่วนประกอบของเขตข้อมูล e.g. ในระบบทั้ง 2 หรือกลไกในการเชื่อมประสาน

6. auxiliary storage : หน่วยเก็บช่วย หน่วยเก็บรอง  เป็นหน่วยความจำที่ช่วยในการรองรับหน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์หรือที่เรียกว่า หน่วยความจำสำรอง

7. constant : ค่าคงที่ เป็นตัวเลขที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ในโปรแกรม

8. laser printer : เครื่องพิมพ์ใบ้ระบบแสงเลเซอร์ เป็นอุปกรณ์การพิมพ์ที่ใช้ในการสร้างภาพหรือข้อความโดยใช้แสงเลเซอร์

9. data processing : การประมวลผลข้อมูล เป็นความต้องการที่จะปฏิบัติงานประมวลผลข้อมูลเพื่อให้ผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์

10. diskette : แผ่นบันทึก เป็นฟลอปปี้ดิสก์ เป็นเทปแม่เหล็กราคาถูก สำหรับอุปกรณ์ I/O และเป็นหน่วยความจำสำรอง

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

คำศัพท์ 10 คำ

1.background programหมายถึง : โปรแกรมซึ่งสามารถทำงานหรือกำลังทำงานอยู่ในส่วนหลัง

2.Backspace keyหมายถึง  :  แป้นคีย์ แป้นหนึ่งของแป้นพิมพ์ IBM และ IBM compatible ซึ่งใช้สำหรับเลื่อนเคอร์เซอร์ไปทางซ้ายครั้งละ 1 ตัวอักษร เมื่อเลื่อนผ่านตัวอักษรไปตัวหนึ่ง มันก็จะลบตัวอักษรตัวนั้นไปทีละตัวๆ ตามที่เรากดแป้นคีย์ นี้ในแป้นพิมพ์แมคอินทอช จะลบเนื้อเรื่องที่ต้องการให้ลบ ถ้าไม่มีเนื้อ เรื่องให้ลบเมื่อกดจะลบตัวอักษรที่อยู่ ทางด้านซ้ายของเคอร์เซอร์

3.backupหมายถึง :  สำเนาของโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูล ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อประกันว่าโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกลบเลือนไปเมื่อโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูลที่กำลังใช้อยู่นั้นถูกทำลายไป

4.BAK fileหมายถึง :  แฟ้มข้อมูลสำรองซึ่งถูกสร้างขึ้นมาโดยอัตโนมัติ หรือโดยการใช้คำสั่ง (command) ซึ่งมีชื่อแฟ้มข้อมูลอย่างเดียวกัน และต่อท้ายด้วย BAK. เช่น ชื่อแฟ้มข้อมูล (datafile) ว่า VERB.DOC แฟ้มข้อมูลสำรองจะมี ชื่อว่า VERB.BAK

5.bandwidthหมายถึง :  ในการสื่อสาร ความกว้างของช่วงคลื่น วัดจากช่วงของความถี่สูงที่สุดมาหาความถี่ต่ำที่สุดในช่วงความถี่ของคลื่นขนาดใดขนาดหนึ่ง เช่น ช่วงความกว้างของคลื่นของระบบโทรศัพท์ที่ความถี่ 3000 Hz จะอยู่ระหว่างความถี่ต่ำสุด 300 Hz กับความถี่สูงสุด 3300 Hz

6.bar codeหมายถึง :  รหัสพิเศษชนิดหนึ่ง ที่พิมพ์ติดเอาไว้ไว้บนสินค้า (หรือสิ่งอื่นใด) ในลักษณะเป็นชุด
ของเส้นตรงตั้งเรียงกัน เส้นตรงเหล่านั้น มีความกว้างแตกต่างกัน ใช้ในการตรวจสอบที่ถูกต้องอย่างไม่มีผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว มักใช้ตามห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาเก็ต ห้องสมุด และอื่นๆ

7.baselineหมายถึง : เส้นบรรทัดโดยสมมุติว่าเป็นแนวของตัวอักษรในบรรทัด ซึ่งตัวอักษรในบรรทัดนั้นทุกตัวตั้งบนเส้น baseline หรือเส้นบรรทัดนี้แต่จะมีตัวอักษรบางตัวที่มีหางยื่นล้ำแนวเส้น baseline ลงไปบ้าง

8.bit per inchหมายถึง :  มักใช้คำย่อว่า BPI เป็นหน่วยของการวัดความจุของคลังข้อมูลอย่างหนึ่ง หมายถึงจำนวนบิตที่สามารถเก็บไว้ได้ใน 1 ตารางนิ้ว บนแผ่นดิสก์ หรือ เทป

9.blinkingหมายถึง :  การกระพริบ ได้แก่การกระพริบของรูปภาพหรือตัวอักษรใดๆ บนจอภาพ ตามปกติเคอร์เซอร์โดยทั่วไปจะกระพริบบนจอภาพ มักจะมีการกระพริบในตำแหน่งที่ให้แทรกคำ การเลือกรายการ หรือข้อความเตือน เป็นต้น

10.blockหมายถึง :  บล็อก กลุ่มของสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกัน โดยทั่วไปใช้กับไบต์ของคลังข้อมูล หรือข้อมูล หรือส่วนของเนื้อเรื่อง (text)

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

คำศัพท์ 10 คำ

1.  firewall  :  ระบบที่ป้องกันเครือข่ายจากอินเทอร์เน็ต สามารถกรองหรือยอมให้ข้อมูลที่กำหนดผ่านได้

2.  flatbed scanner :  เครื่องสแกนที่มีแผ่นโปร่งแสงแบบราบสำหรับวางเอกสารหรือภาพ


3.  floating point processor :  ชิบพิเศษที่ใช้ในการคำนวณซับซ้อน ดังที่ใช้ใน spreadsheet, CAD


4.  folder :  
แฟ้มรวมไฟล์หรือแฟ้มอื่น


5.  font :  ซอฟแวร์แสดงแบบอักษร 


6.  format :  
หมายถึงการเตรียมแผ่นดิสก์เพื่อใช้งาน ตรวจสอบข้อผิดพลาดและจัดข้อมูลเพื่อบันทึก

หรือดึงมาใช้งาน โดยการจัด track และ sector บนแถบแม่เหล็กการฟอมัทแผ่นดิสก์ที่ใช้แล้วจะลบข้อมูลเดิมหมด

7.  fragmentation :  กรณีที่ไฟล์บางส่วนถูกเก็บแยกตำแหน่งกันบนดิสก์ ทำให้หัวอ่านต้องกระโดดอ่านหรือ
บันทึกข้อมูล ทำให้ประสิทธิภาพของไดว์ลดลง

8.  frame-grabbing system :  ฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ที่ออกแบบให้ดึงภาพบางเฟรมจากวิดีโอ เพื่อปรับ
แก้ด้วยระบบดิจิตอล แล้วแสดงบนคอมพิวเตอร์


9.  FTP คำย่อของ File Transfer Protocol :  โปรโตคอลในอินเทอร์เน็ตที่ใช้ถ่ายเทไฟล์จากคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งไปยังเครื่องอื่นบนเครือข่าย


10. FTP site :  คอมพิวเตอร์ที่เก็บไฟล์สำหรับดึงใช้ได้โดย FTP    

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คำศัพท์ 10 คำ

1> assembly language : ภาษาแอสเซมบลี

    เป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ เป็นภาษาระดับต่ำคล้ายๆกับภาษา Basic
    และภาษา Cobol

  2> automatic teller machine : เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ
    เป็นเครื่องทีไม่มีคนประจำอยู่ ซึ่งสามารถควบคุมการถอนเงิน การดูยอดบัญชีและทำ
    งานอื่นๆ เกี่ยวกับการจ่ายเงินโดยอัตโนมัติ

  3> auxiliary storage : หน่วยเก็บช่วย หน่วยเก็บรอง
    เป็นหน่วยความจำที่ช่วยในการรองรับหน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์หรือที่เรียกว่า 
    หน่วยความจำสำรอง (Secondary storage)

  4> background processing : การประมวลผลส่วนหลัง
    เป็นการ execute โดยอัตโนมัติของโปรแกรมส่วนหลังระหว่างโปรแกรมคอมฯ กับระบบ
    ปฏิบัติการ เมื่อระบบไม่สามารถทำตามคำสั่งการประมวลผลส่วนหน้าได้

  5> backup : การสำรอง
    การสำรองเอาไว้ใช้สำรองโปรแกรมหรือสำรองไว้เพื่อกันโปรแกรมเสียหาย

  6> BASIC : ภาษาเบสิก
    เป็นภาษาระดับสูงใช้ในการเขียนโปรแกรม เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้และ
    การทำงานเป็นแบบแบ่งเวลา (Time Sharing)

  7> batch processing : การประมวลผลแบบกลุ่ม
    การประมวลผลของตัวเลขหรือกลุ่มของตัวเลขจะมีการประมวลผลแบบกลุ่มและการประมวลผล
    เป็นแบบเรียงลำดับ การรันโปรแกรมของคอมพิวเตอร์จะรัน 1 โปรแกรมไม่เหมือนกับที่ต้องการ
    รันโปรแกรมทีละ Operator ในโปรแกรม

  8> binary number system : ระบบเลขฐานสอง
    ในระบบเลขฐานสองจะมีอยู่ 2 digits คือ เลข 0 กับเลข 1 ซึ่งคอมพิวเตอร์จะให้แปลงคำสั่งเป็น
     เลข 0 และ 1 ในการประมวลผล และใช้เลข 0,1 เป็นเงื่อนไขหรือการกระทำ

9> booting the system : การเริ่มทำงานของระบบ

    การเริ่มต้นทำงานของคอมพิวเตอร์ จะเริ่มจากการ Boot เครื่องและจะมีระบบปฏิบัติการหรือ DOS
    เข้ามาในหน่วยความจำหลัก

10> buffer : ที่พักข้อมูล ที่ปรับอัตรา หรือกันชน
    ใช้พักข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ input/out กับ CPU เป็นพื้นที่สำหรับหน่วยความจำขนาดเล็ก ติดต่อ
     buffer สองตัว

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การเชื่อมต่อระบบเครือข่าย

การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายโดยใช้ ADSL

การเชื่อมต่อเครือข่ายขนาดกลางโดยใช้ ADSL

ในการเชื่อมต่อแบบนี้ ส่วนมากโมเด็มที่ใช้จะเป็น ADSL Router แบบ Fix IP คือหลังจากเลือกใช้บริการทางฝั่งผู้ให้บริการจะแบ่งหมายเลข IP Address (IP จริง) ให้มาส่วนหนึ่ง โดยเราสามารถนำ IP Address เหล่านี้มาตั้งเซิร์ฟเวอร์ได้โดยหากคิดจะติดตั้งเซิร์ฟเวอร์และใช้งานผ่านสื่อ ADSL คุณต้องทำงานหนักอีกด่านคือการติดตั้ง Firewall (สามารถเลือกติดตั้งได้ทั้ง Hardware Firewall หรือ Software Firewall)เพราะ ADSL มีข้อเสียอยู่ที่ไม่มีระบบ Security นั่นเอง โดยการเชื่อมต่อลักษณะนี้ ในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ

การเชื่อมต่อระบบขนาดใหญ่โดยใช้เร้าเตอร์

     เป็นระบบที่มีความสลับซับซ้อน แต่ละบริษัทจะมีการออกแบบที่ไม่เหมือนกันโดยทั่วไประบบเครือข่ายขนาดใหญ่จะ มีการแบ่งกันอย่างชัดเจน ระหว่างห้องเซิร์ฟเวอร์ (Server Farm) และฝั่งลูกข่าย (Client)  ระบบขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะมีสาขาย่อยตามต่างจังหวัด เชื่อมต่อมายังหน่วยงานกลาง ผ่านทางRouter  


คำศัพท์ 10 คำ

1.Concurrent User License หมายถึง Software ที่ระบุจำนวน User ที่สามารถใช้งานได้สูงสุดบนระบบ Network เช่น แบบ 20 Copy นั้นหมายถึง User สามารถใช้งาน Software ตัวนี้ สามารถ    ใช้งานได้พร้อมกัน 20 คน
 
2.Per User License หมายถึง Software ที่จะต้องระบุจำนวน User ลงไปเลยว่าต้องการใช้เท่าใด แต่ในการทำงานจริงๆ แล้วจะใช้กี่คนพร้อมกันก็ได้

3.Schedule หรือ Group Calendar หมายถึง เป็นโปรแกรมที่รวบรวมปฏิทินรายวันของ User แต่ละคนมารวมกันเป็นราง (Schedule) ของทั้งระบบ ทำให้ผู้จัดการระบบสามารถทราบนัดหมายต่างๆของ User แต่ละคนได้ และวางแผนการทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น Word Perfect office   

4.Laptop Computer  หมายถึง   เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่สามารถขนย้ายไปไหนมาไหนได้สะดวก ประสิทธิภาพของแล็ปท็อปโดยทั่วไปจะพอกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบปกติ ในขณะที่ราคาจะสูงกว่า โดยส่วนที่จะแตกต่างกับคอมพิวเตอร์ทั่วไปคือ จอภาพจะเป็นลักษณะจอ LCD และจะมีทัชแพดที่ใช้สำหรับควบคุมการทำงานของลูกศรบริเวณหน้าจอ

5.Executive Information Systems   หมายถึง   ระบบสารสนเทศที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ ทักษะ และความสามารถในการเข้าถึงสารสนเทศสำหรับ ผู้บริหารเนื่องจากผู้บริหารเป็นกลุ่มบุคคลที่ต้องการข้อมูลที่มีลักษณะเฉพาะ โดยเฉพาะด้านระยะเวลาในการเข้าถึงและทำความเข้าใจกับข้อมูล

6.Database หมายถึง เป็นกลุ่มของข้อมูล ที่มีการจัดการเพื่อทำให้ เข้าถึง จัดการและปรับปรุงได้ง่าย  แต่ละคนสามารถใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกันได้พร้อมๆ กัน

7.Data Ware-house  หมายถึง ระบบการจัดเก็บ รวบรวมข้อมูล ที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการต่างๆ ขององค์กร (มักเป็นองค์กรขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่ เช่น กรมสรรพสากร) โดยข้อมูลเหล่านั้นมักเป็นข้อมูลกระจัดกระจาย ให้มารวมไว้เป็นศูนย์กลางข้อมูล ขององค์กร

8.Geographic Information System  หมายถึง   ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กระบวนการทำงานเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงพื้นที่ (spatial data) ด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยการกำหนดข้อมูลเชิงบรรยาย (attribute data) และสารสนเทศเช่น ที่อยู่ บ้านเลขที่ ที่มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งในเชิงพื้นที่ เช่น ตำแหน่ง เส้นรุ้ง ในรูปของ ตารางข้อมูล และ ฐานข้อมูล
      
9.Resource  หมายถึง  ทรัพยากร เช่น Hard disk, Printer 

10.Video Teleconference  หมายถึง  การประชุมทางไกลโดยระบบการติดต่อสื่อสารใช้ระบบอินเตอร์เนตเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งผู้ประชุมจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ในเวลาเดียวกัน

     

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การออกแบบระบบเครือข่าย

การเชื่อมต่อเครือข่ายขนาดเล็กด้วย IP Sharing
     IP Sharing เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแชร์อินเทอร์เน็ต นิยมใช้ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ หรือบริษัทขนาดเล็ก โดยส่วนมากอุปกรณ์  IP Sharing จะต้องเชื่อมต่อกับโมเด็ม เพื่อหมุนออกอินเทอร์เน็ตอีกทีหนึ่ง ข้อดีของ  IP Share คือเราไม่ต้องเปลืองเครื่องคอมพิวเตอร์ในการแชร์ เพราะตัวอุปกรณ์จะจัดการให้ทั้งหมด ปัจจุบัน  IP Sharing ยังมีใช้งานอยู่ทั่ไป (คาดการว่าในอนาคตอันใกล้จะถูกแทนที่ด้วย ADSL Modem)




การเชื่อมต่อเครือข่ายขนาดกลางด้วย ADSL Router
     ในการเชื่อมต่อแบบนี้ ส่วนมากโมเด็มที่ใช้จะเป็น ADSL Router แบบ Fix IP กล่าวคือหลังจากเลิกใช้บริการทางฝั่งผู้ให้บริการจะแบ่งหมายเลข IP Address (IP จริง) ให้มาส่วนหนึ่ง โดยเราสามารถนำ IP Address เหล่านี้มาติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ได้โดยหากคิดจะติดตั้งเซิร์ฟเวอร์และใช้งานผ่านสื่อ ADSL คุณต้องทำงานหนักอีกด่านคือการติดตั้ง Firewall (สามารถเลือกติดตั้งได้ทั้ง Hardware Firewall หรือ Software Firewall) เพราะ ADSL มีข้อเสียอยู่ที่ไม่มีระบบ Security นั่นเอง โดยการเชื่อมต่อลักษณะนี้ในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ


     
การเชื่อมต่อระบบขนาดใหญ่โดยใช้เร้าเตอร์
       เป็นระบบที่มีความสลับซับซ้อน แต่ละบริษัทจะมีการออกแบบที่ไม่เหมือนกันโดยทั่วไประบบเครือข่ายขนาดใหญ่จะ มีการแบ่งกันอย่างชัดเจน ระหว่างห้องเซิร์ฟเวอร์ (Server Farm) และฝั่งลูกข่าย (Client)  ระบบขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะมีสาขาย่อยตามต่างจังหวัด เชื่อมต่อมายังหน่วยงานกลาง ผ่านทางRouter  


คำศัพท์ 10 คำ


Microwave  การส่งสัญญาณข้อมูลไปกลับคลื่นไมโครเวฟเป็นการส่งสัญญาณข้อมูลแบบรับช่วงต่อๆ กันจากหอ (สถานี) ส่ง-รับสัญญาณหนึ่งไปยังอีกหอหนึ่งแต่ละหอจะครอบคลุมพื้นที่ รับสัญญาณประมาณ 30 - 50 กม.
Satellite  ลักษณะของการรับส่งสัญญาณข้อมูลอาจจะเป็นแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point) หรือแบบแพร่สัญญาณ (Broadcast) สถานีดาวเทียม 1 ดวง สามารถมีเครื่องทบทวนสัญญาณดาวเทียมได้ถึง 25 เครื่อง และสามารถครอบคลุมพื้นที่การส่งสัญญาณได้ถึง 1 ใน 3ของพื้นผิวโลก เครื่องทบทวนสัญญาณของดาวเทียมเรียกว่า (Transponder) ไปยังสถานีปลายทาง การส่งสัญญาณข้อมูลขึ้นไปยังดาวเทียมเรียกว่า "สัญญาณอัปลิงก์" และการส่งสัญญาณข้อมูลกลับลงมายังพื้นโลกเรียกว่า "สัญญาณ ดาวน์-ลิงก์"
 Point-to-Point  คือ การรับ-ส่งสัญญาณข้อมูล ภาพ และวีดีโอภาพ ผู้ใช้สามารถรับ-ส่งสัญญาณถึงกันได้ด้วยความเร็วสูง ทั้งต้นทาง  และปลายทาง ทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถรับ-ส่ง สัญญาณข้อมูลระหว่างสาขาได้ โดยใช้สำนักงานใหญ่ เป็นสื่อกลางในการรับ-ส่งข้อมูลถึงกัน
Token Ring  เป็ นการต่อ LAN ในแบบ ring และใช้การควบคุมแบบ token-passing ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทไอบีเอ็ม โดยในรุ่นแรกๆ จะมีความเร็วเพียง 4 Mbps แต่ต่อมาได้ปรับปรุงเป็ น 16 Mbps สายที่ใช้จะเป็ นแบบพิเศษมี 2 คู่ ต่อเข้ากับอุปกรณ์รวมสายที่เรียกว่า MAU (Multiple Access Unit) ซึ่ง 1 ตัวต่อได 8 เครื่อง และพ่วงระหว่าง MAU แต่ละตัวเข้าด้วยกันได้อีก    
Remote Access เป็นความสามารถในการเข้าถึงคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายจากระยะทางไกล ใช้ในกรณีที่ต้องการใช้งานเครือข่ายภายในองค์กร เมื่ออยู่นอกสถานที่โดยใช้งานผ่านโปรแกรมพวก    VPN Client
Frame Relay เป็นบริการทางเครือข่ายชนิดหนึ่ง สำหรับเชื่อมต่อ LAN หรือเครือข่ายมากกว่า 2 เครือข่ายขึ้นไป ที่อยู่ห่างกัน โดยพัฒนามาจากเทคโนโลยี X.25 เป็นเครือข่ายระบบดิจิทัลที่มีอัตราความผิดพลาดของข้อมูลต่ำ มีระบบตรวจเช็คความถูกต้องของข้อมูลที่ปลายทาง ส่งข้อมูลได้เร็ว ประหยัดเวลา ลักษณะการส่งข้อมูลดีกว่า Leased Line เนื่องจากเป็นแบบ packet switching คือไม่มีการจองวงจรสื่อสารไว้ส่วนตัว ข้อมูลแต่ละคนจะถูกแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ เรียกว่า packet และส่งเข้าไปในเครือข่าย เพื่อส่งต่อไปยังปลายทาง ทำให้เครือข่ายเป็นเครือข่ายรวม ใช้เครือข่ายได้อย่างคุ้มค่า
OSI (Open Systems Interconnect) เป็นแบบจาลองที่อธิบายถึงโครงสร้างการทางานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยแบ่งออกเป็น 7 เลเยอร์ที่มีหน้าที่ต่างๆ กัน โดยได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นในปี 1984 โดย Open Systems Interconnect นั่นเอง การเรียงตัวของเลเยอร์จะถูกจัดจากบนลงล่าง โดยประกอบไปด้วยเลเยอร์ Application, Presentation, Session, Transport, Network, Data Link และ Physical
Physical Layer  เป็นเลเยอร์ล่างสุดสาหรับจัดเตรียมอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า และกลไกการทางานในการเชื่อมต่อของระบบเครือข่าย เป็นนิยามของความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างอุปกรณ์ฐานล่างและเลเยอร์ในระดับกลาง ตัวอย่างเช่น รูปแบบการจัดวางของพิน การเดินกระแสไฟ สายเคเบิ้ล ฮับ อแดปเตอร์เครือข่าย เป็นต้น
Data Link Layer  เป็นเลเยอร์สาหรับการจัดเตรียมหน้าที่ และกระบวนการในการส่งผ่านข้อมูลระหว่างเครือข่าย และตรวจสอบความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นใน Physical Layer แรกเริ่มนั้นเลเยอร์นี้จะกล่าวถึงในระบบโทรศัพท์ ที่มีการสื่อสารจากตาแหน่งหนึ่งไปยังอีกตาแหน่งหนึ่ง หรือจากตาแหน่งหนึ่งไปยังอุปกรณ์รับสัญญาณ จากนั้นจึงพัฒนาต่อมาจนถึงในระบบแลน (LAN) ด้วย ซึ่งมีรูปแบบการสื่อสารที่ซับซ้อนกว่า สาหรับโปรโตคอลที่อยู่ในเลเยอร์นี้ก็คือ TCP (Transport Control Protocol) ที่ทาหน้าที่ให้เครื่องคอมพิวเตอร์สื่อสารกันได้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
Network Layer  เป็นเลเยอร์ที่จัดเตรียมหน้าที่ และกระบวนการในการส่งข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางภายในเครือข่าย โดยการดาเนินการจะทาการรับข้อมูลที่ส่งออกจากต้นทาง และรวมข้อมูลหรือแยกส่วนข้อมูลมาเป็นแพ็กเกจ (Package) และเพิ่มข้อมูลตาแหน่งปลายทางที่ส่วนหัวของแพ็กเกจเพื่อใช้ในการส่ง

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สรุปหลังสอบ Mid Term

ตอนที่ 1 จงตอบคำถามต่อไปนี้
1.1 การส่งสัณญาณ Multicast คือ
ตอบ   Multicast คือ การสื่อสารระหว่างผู้ส่ง 1 รายกับผู้รับหลายรายบนระบบเครือข่าย การใช้โดยทั่วไป รวมถึงการปรับปรุงจากสำนักงาน และเอกสารตามระยะเวลา ของจดหมายข่าว เมื่อรวมกับ anycast, unicast และmulticast ซึ่งเป็นประเภทแพ็คเกตใน Internet Protocol Version 6 (IPV 6)

1.2 Proxy Server คือ
ตอบ    Proxy Server คือ การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาตั้งเพื่อให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน และกำหนดให้ผู้ใช้ทุกคนเรียกใช้ข้อมูล WWW ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์นี้ โดยเครื่องดังกล่าวจะมีการติดตั้งโปรแกรมเพื่อทำหน้าที่เรียกข้อมูล WWW มาให้บริการแก่ผู้ใช้ และจัดเก็บข้อมูลที่เคยถูกเรียกนั้นไว้ ในเครื่อง เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ข้อมูลนั้นซ้ำ ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเรียกข้อมูลมาจากแหล่งข้อมูลภายนอกมาใหม่ ซึ่งเทคนิคดังกล่าว จะทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ข้อมูลที่(ส่วนใหญ่)เคยมีผู้เรียกใช้มาก่อนได้รวดเร็วขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาไปเรียกข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายนอกมาใหม่ อันจะทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

1.3 สาย UTP (Unshielded Twisted Pair) คือ
ตอบ   เป็นสายโทรศัพท์แบบพื้นฐาน twisted pair เป็นสายทองแดงธรรมดาที่ต่อตามบ้าน คอมพิวเตอร์ของบริษัทไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์ การหุ้มฉนวนที่สายและพันเป็นเกลียว เพื่อลดการรบกวนและการเหนี่ยวนำระหว่างสาย สัญญาณแต่ละสัญญาณบนสาย twisted pair ต้องการสายทั้งสอง ในการติดตั้งโทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์แบบ multiple connections ต้องการสาย twisted pair ตั้งแต่ 2 คู่ขึ้นภายในสายเดียวกัน

1.4 มาตรฐาน 802.11g คือ
ตอบ  IEEE 802.11g  ทำงานบนย่านความถี่ 2.4 GHz เหมือนกับ อุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน
IEEE 802.11b แต่ว่าสามารถให้อัตราการส่งถ่ายข้อมูลได้สูงถึง 54 Mbps เหมือนกับ อุปกรณ์มาตรฐาน IEEE 802.11a

1.5 Firewall คือ
ตอบ  Firewall  เป็นระบบรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์แบบหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่าง
แพร่หลาย ซึ่งมีทั้งอุปกรณ์ Hardware และ Software โดยหน้าที่หลัก ๆ ของ Firewall นั้น จะทำหน้าที่ควบคุมการใช้งานระหว่าง Network ต่าง ๆ (Access Control) โดย Firewall จะเป็นคนที่กำหนด 
ว่าใคร (Source) , ไปที่ไหน (Destination) , ด้วยบริการอะไร (Service/Port)

1.6 Cloud Computing คือ
ตอบ  การประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถระบุความต้องการไปยังซอฟต์แวร์ของระบบ Cloud Computing จากนั้นซอฟต์แวร์จะร้องขอให้ ระบบ จัดสรรทรัพยากรและบริการให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยระบบสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนทรัพยากรให้พอเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องทราบการทำงานเบื้องหลังว่าเป็นอย่างไร

1.7 ISP (Internet Service Provider) คือ
ตอบ  ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ทำหน้าที่เสมือนเป็นประตูเปิดการเชื่อมต่อให้กับบุคคลหรือองค์กรสามารถใช้งานอินเทอร์ มีชื่อย่อว่า ISP โดยจะมีการเรียกเก็บค่าบริการทั้งแบบรายเดือนหรือแบบรายชั่วโมงสำหรับการเชื่อมต่อดังกล่าว ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจำเป็นต้องเชื่อมต่อเครืองข่ายของตนเองเข้ากับ ISP ก่อนทุกครั้งเมื่อต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต

1.8 Core Layer คือ
ตอบ   
            

1.9 Star Topology คือ
ตอบ  เป็นรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกันในเครือข่าย จะต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวกลางตัวหนึ่งที่เรียกว่า ฮับ (HUB) หรือสวิตช์ (Switch) หรือเครื่อง ๆ หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อสายสัญญาญที่มาจากเครื่องต่าง ๆ ในเครือข่าย และควบคุมเส้นทางการสื่อสาร ทั้งหมด เมื่อมีเครื่องที่ต้องการส่งข้อมูลไปยังเครื่องอื่น ๆ ที่ต้องการในเครือข่าย เครื่องนั้นก็จะต้องส่งข้อมูลมายัง HUB หรือเครื่องศูนย์กลางก่อน แล้ว HUB ก็จะทำหน้าที่กระจายข้อมูลนั้นไปในเครือข่าย




1.10 สถาปัตยกรรม แบบ P2P (Peer to Peer) คือ
ตอบ  

                                              
การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้แต่ละคน โดยไม่มีคอมพิวเตอร์ส่วนกลางที่ทำหน้าที่นี้ เรียกได้ว่าต่างคนต่างเก็บ ต่างคนต่างใช้ แต่ผู้ใช้ในเครือข่ายสามารถเรียกใช้ไฟล์จากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ ถ้าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นทำการแชร์ไฟล์เหล่านั้นไว้ เครือข่ายแบบ Peer-to-Peer นี้เหมาะสำหรับองค์กรขนาดเล็กที่มีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกันไม่เกิน 10 เครื่อง

(2) ให้นักศักษาอธิบายหลักการในการออกแบบระบบเครือข่ายซึ่งจะต้องคำนึงถึงคุณสมบัติ 4 ประการ มาให้ละเอียดที่สุดตามความเข้าใจของนักศึกษา (อาจวาดรุปประกอบ) ได้แก่ (20 คะแนน)

2.1  Fault Tolerance
ตอบ  Fault tolerant คือ อธิบายการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์หรือส่วนประกอบ ดังนั้นในเหตุการณ์ที่ส่วนประกอบล้มเหลว ส่วนประกอบหรือกระบวนการสำรองสามารถเข้าแทนที่ทันทีโดยไม่สูญเสียการบริการ fault tolerant สามารถให้ได้โดยซอฟต์แวร์หรือฝังในฮาร์ดแวร์ หรือให้แบบผสม
2.2  Scalability
ตอบ  Scalability คือ สามารถปรับขนาดระบบได้ตามภาระงาน
2.3  Quality of Service
ตอบ   Quality of Service คือ การควบคุมพฤติกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของระบบเพื่อให้บริการที่มีคุณภาพ เช่น มีการรับประกันเวลาที่ใช่ในการส่งข้อมูล การสูญหายของข้อมูลและ คุณภาพของสัญญาณตามที่ได้กำหนดไว้
2.4  Security
ตอบ  Security คือ เป็นระบบรักษาความปลอดภัยครับ เช่น anti virus firewall ระบบการ monitor network การพยายามหาจุดบกพร่องของระบบแล้วแก้ไข การตรวจสอบตัวตนเพื่อให้เข้าใช้ได้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

3. ให้นักศึกษาอธิบายมาตรฐาน OSI 7 Layer แต่ละชั้นเรียกว่าอะไร (อาจวาดรูปประกอบ)(10 คะแนน)
ตอบ 
Layer7, Application Layer  เป็นชั้นที่อยู่บนสุดของขบวนการรับส่งข้อมูล ทำหน้าที่ติดต่อกับผู้ใช้ โดยจะรับคำสั่งต่างๆจากผู้ใช้ส่งให้คอมพิวเตอร์แปลความหมาย และทำงานตามคำสั่งที่ได้รับในระดับโปรแกรมประยุกต์ เช่น แปลความหมายของการกดปุ่มเมาส์ให้เป็นคำสั่งในการก็อปปี้ไฟล์ หรือดึงข้อมูลมาแสดงผลบนหน้าจอ
Layer6, Presentation Layer  เป็นชั้นที่ทำหน้าที่ตกลงกับคอมพิวเตอร์อีกด้านหนึ่งในชั้นเดียวกันว่า การรับส่งข้อมูลในระดับโปรแกรมประยุกต์จะมีขั้นตอนและข้อบังคับอย่างไร จุดประสงค์หลักของ Layer นี้คือ กำหนดรูปแบบของการสื่อสาร อย่างเช่น ASCII Text,EBCDIC,Binary และ JPEG รวมถึงการเข้ารหัส (Encription)ก็รวมอยู่ใน Layer นี้ด้วย
Layer5, Session Layer เป็น Layer ที่ควบคุมการสื่อสารจากต้นทางไปยังปลายทางแบบ End to End และคอยควบคุมช่องทางการสื่อสารในกรณีที่มีหลายๆ โปรเซสต้องการรับส่งข้อมูลพร้อมๆกันบน
(ทำงานคล้ายๆเป็นหน้าต่างคอยสลับเปิดให้ข้อมูลเข้าออกตามหมายเลขช่อง(port)ที่กำหนด) และยังให้อินเตอร์เฟซสำหรับ Application Layer ด้านบนในการควบคุมขั้นตอนการทำงานของ protocol ในระดับ transport/network เช่น socket ของ unix หรือ windows socket ใน windows ซึ่งได้ให้ Application Programming Interface (API) แก่ผู้พัฒนาซอฟแวร์ในระดับบนสำหรับการเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมการทำงานของ protocol TCP/IP ในระดับล่าง และทำหน้าที่ควบคุม "จังหวะ" ในการรับส่งข้อมูล ของทั้ง 2ด้านให้มีความสอดคล้องกัน (syncronization) และกำหนดวิธีที่ใช้รับส่งข้อมูล เช่นอาจจะเป็นในลักษณะสลับกันส่ง (Half Duplex) หรือรับส่งไปพร้อมกันทั้ง2ด้าน (Full Duplex) ข้อมูลที่รับส่งกันใน Layer5 นี้จะอยู่ในรูปของ dialog หรือประโยคข้อมูลที่สนทนาโต้ตอบกันระหว่างต้านรับและด้านที่ส่งข้อมูล ไม่ได้มองเป็นคำสั่งอย่างใน Layer6 เช่นเมื่อผู้รับได้รับข้อมูลส่วนแรกจากผู้ส่ง ก็จะตอบกลับไปให้ผู้ส่งรู้ว่าได้รับข้อมูลส่วนแรกเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะรับข้อมูลส่วนต่อไป คล้ายกับเป็นการสนทนาตอบโต้กันระหว่างผู้รับกับผู้ส่งนั่นเอง
Layer4,Transport Layer  เป็น Layer ที่มีหน้าที่หลักในการแบ่งข้อมูลใน Layer บนให้พอเหมาะกับการจัดส่งไปใน Layer ล่าง ซึ่งการแบ่งข้อมูลนี้เรียกว่า Segmentation ,ทำหน้าที่ประกอบรวมข้อมูลต่างๆที่ได้รับมาจาก Layer ล่าง และให้บริการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นระหว่างการส่ง(error recovery) ทำหน้าที่ยืนยันว่าข้อมูลได้ถูกส่งไปถึงยังเครื่องปลายทางและได้รับข้อมูลถูกต้องเรียบร้อยแล้ว
Layer3,Network Layer  เป็น Layer ที่มีหน้าที่หลักในการส่ง packet จากเครื่องต้นทางให้ไปถึงปลายทางด้วยความพยายามที่ดีที่สุด (best effort delivery) layer นี้จะกำหนดให้มีการตั้ง logical address ขึ้นมาเพื่อใช้ระบุตัวตน ตัวอย่างของ protocol นี้เช่น IP และ logical address ที่ใช้คือหมายเลข IP นั่นเอง layer นี้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ซึ่งที่ทำงานอยู่บน Layer นี้คือ router นั่นเอง
Layer2, Data Link Layer  รับผิดชอบในการส่งข้อมูลบน network แต่ละประเภทเช่น Ethernet,Token ring,FDDI, หรือบน WAN ต่างๆ ดูแลเรื่องการห่อหุ้มข้อมูลจาก layer บนเช่น packet ip ไว้ภายใน Frame และส่งจากต้นทางไปยังอุปกรณ์ตัวถัดไป layer นี้จะเข้าใจถึงกลไกและอัลกอริทึ่มรวมทั้ง format จอง frame ที่ต้องใช้ใน network ประเภทต่างๆเป็นอย่างดี ในnetworkแบบEthernet layer นี้จะมีการระบุหมายเลข address ของเครื่อง/อุปกรณ์ต้นทางกับเครื่อง/อุปกรณ์ปลาทางด้วย hardware address ที่เรียกว่า MAC Address 
Layer1, Physical Layer Layer นี้เป็นการกล่าวถึงข้อกำหนดมาตรฐานคุณสมบัติทางกายภาพของฮาร์ดแวร์ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้ง2ระบบ  สัญญาณทางไฟฟ้าและการเชื่อมต่อต่างๆของสายเคเบิล,Connectorต่างๆ เช่นสายที่ใช้รับส่งข้อมูลเป็นแบบไหน ข้อต่อหรือปลั๊กที่ใช้มีมาตรฐานอย่างไร ใช้ไฟกี่โวลต์ ความเร็วในการรับส่งเป็นเท่าไร สัญญาณที่ใช้รับส่งข้อมูลมีมาตรฐานอย่างไร Layer1 นี้จะมองเห็นข้อมูลเป็นการรับ-ส่งที่ละ bit เรียงต่อกันไปโดยไม่มีการพิจารณาเรื่องความหมายของข้อมูลเลย การรับส่งจะเป็นในรูป 0 หรือ 1 หากการรับส่งข้อมูลมีปัญหาเนื่องจากฮาร์ดแวร์ เช่นสายขาดก็จะเป็นหน้าที่ของ Layer1 นี้ที่จะตรวจสอบและแจ้งข้อผิดพลาดนั้นให้ชั้นอื่นๆที่อยู่เหนือขึ้นไปทราบ

4.  ให้นักศึกษากล่าวถึงประโยชน์ของระบบเครือข่ายและการสื่อสารข้อมูลมาอย่างน้อย 5 ข้อ (5 คะแนน)
ตอบ    ประโยชน์ของเครือข่าย
        1. สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้
    2. การแลกเปลี่ยนข้อมูลสามารภทำได้ง่าย
    3. เราสามารถเรียกขัอมูลจากที่บ้านได้
    4. เครือข่ายสามารถทำงานประสานได้กันเป็นอย่างดี
    5. สามารถใช้โปรแกรมร่วมกันได้

    ประโยชน์ของการสื่อสารข้อมูล
    1. จัดเก็บข้อมูลได้ง่ายและสื่อสารได้รวดเร็ว
    2. สามารถประหยัดเวลาและต้นทุนได้
    3. ส่งและกระจายข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
    4. สามารถจัดเก็บข้อมูลเป็นศูนย์กลางได้
    5. สามารถใช้ในการทำงานในแผนกหรือกลุ่มเดี่ยวกันได้เป็นอย่างดี


5. แสดงการคำนวณการแบ่ง subnet และการหาจำนวน Host

    5.1 Ip Address = 118.0.0.0
          -ต้องการแบ่งเป็น 126 subnet
          -มีจำนวน host ที่ใช้งานได้ 131,070
         
         Address Class : A 
          Default subnet mask : 255.0.0.0
          Custom subnet mask : 255.254.0.0
          Total Number of subnets : 128
          Number of usable subnets : 126
          Total number of host address :131,072
          Number of usable address : 131,070

    5.2 Ip Address = 178.100.0.0
          -ต้องการแบ่งเป็น 2000 subnet
          -มีจำนวน host ที่ใช้งานได้ 15
          
          Address Class : B
          Default subnet mask : 255.255.0.0
          Custom subnet mask : 255.255.255.224
          Total Number of subnets : 2,048
          Number of usable subnets : 2,046
          Total number of host address : 32
          Number of usable address : 30

    5.3 Ip Address = 195.85.8.0
          -ต้องการแบ่งเป็น 6 subnet
          -มีจำนวน host ที่ใช้งานได้ 30

          Address Class : C
          Default subnet mask : 255.255.255.0
          Custom subnet mask : 255.255.255.248
          Total Number of subnets : 32
          Number of usable subnets : 30
          Total number of host address : 8
          Number of usable address : 6

    5.4 Ip Address = 148.75.0.0
          -ต้องการแบ่งเป็น 1000 subnet
          -มีจำนวน host ที่ใช้งานได้ 60

          Address Class : B
          Default subnet mask : 255.255.0.0
          Custom subnet mask : 255.255.255.192
          Total Number of subnets : 1,024
          Number of usable subnets : 1,022
          Total number of host address : 64
          Number of usable address : 62

    5.5 Ip Address = 192.10.10.0
          -ต้องการแบ่งเป็น 14 subnet
          -มีจำนวน host ที่ใช้งานได้ 14

          Address Class : C
          Default subnet mask : 255.255.255.0
          Custom subnet mask : 255.255.255.240
          Total Number of subnets : 16
          Number of usable subnets : 14
          Total number of host address : 16
          Number of usable address : 14