วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คำศัพท์ Network

สัญญาณดาวเทียม (Satellite) ลักษณะของการรับส่งสัญญาณข้อมูลอาจจะเป็นแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point) หรือแบบแพร่สัญญาณ (Broadcast) สถานีดาวเทียม 1 ดวง สามารถมีเครื่องทบทวนสัญญาณดาวเทียมได้ถึง 25 เครื่อง และสามารถครอบคลุมพื้นที่การส่งสัญญาณได้ถึง 1 ใน 3ของพื้นผิวโลก

Transponder เป็นเครื่องทบทวนสัญญาณของดาวเทียม

สัญญาณบลูทูธ (Bluetooth) ลักษณะของบลูทูธเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1998 ใช้ความถี่ในการส่งสัญญาณข้อมูล 2.5 GHz. สื่อสารได้ในระยะทางไม่เกิน 10 เมตร สื่อสารระหว่างอุปกรณ์หลาย ๆ อุปกรณ์ได้

อินฟราเรด (Infrared) ลักษณะของแสงอินฟราเรดเป็นคลื่นความถี่สั้น ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับคลื่นไมโครเวฟตรงที่การส่งสัญญาณเป็นแนวเส้นตรงในระดับสายตาเหมือนกัน คลื่นอินฟราเรดนิยมนามาใช้งานสาหรับการสื่อสารระยะใกล้ โดยมีอุปกรณ์หลายชิ้นในปัจจุบัน เช่น รีโมตคอนโทรล คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

Application Server/ Database Server  คือ  เป็นการทำงานที่ซับซ้อนกว่า File Server อีกระดับหนึ่ง ตัวอย่างที่เราพบบ่อยๆ คือ Database Server หรือ SQL Server  

Print Server  คือ  ระบบ SPOOL (Simultaneous Peripheral Operation On-Line) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์งานได้พร้อมกันหลายคน

Backbone
เปรียบได้กับ กระดูกสันหลัง ของเครือข่ายสื่อสาร เป็นส่วนสำคัญ ของเครือข่าย ที่ทำหน้าที่เป็น เส้นทางหลัก ในการส่งข้อมูล ระหว่างเครือข่าย มากกว่า ที่จะใช้ส่งข้อมูล กันภายใน

Bandwidth
แบนด์วิดท์ หมายถึง ความจุข้อมูล ของเส้นทาง เชื่อมต่อเครือข่าย ที่สามารถส่งผ่านไปได้ ซึ่งบอกถึง ความเร็วในการส่งข้อมูล ตัวอย่างเช่น การเชื่อมโยงระบบ Ethernet นั้น สามารถส่งผ่านข้อมูลได้ เป็นจำนวน 10 ล้านบิตต่อวินาที ในขณะที่ การเชื่อมโยงระบบ Fast Ethernet นั้น สามารถส่งข้อมูลได้ เร็วกว่าถึง 100 ล้านบิตต่อวินาที จึงมีแบนด์วิดท์มากกว่า เป็น 10 เท่า

Bridge
บริดจ์ เป็นอุปกรณ์สำหรับ ส่งผ่านกลุ่มข้อมูล (packets) ผ่านส่วนต่างๆ ของเครือข่ายสื่อสาร โดยอาศัย โปรโตคอลสื่อสาร อันเดียวกัน ในกรณีที่ กลุ่มข้อมูลนั้น ต้องถูกส่งไปยัง ผู้ใช้ปลายทาง ที่อยู่ในเครือข่าย ส่วนเดียวกันกับผู้ส่ง บริดจ์จะไม่ส่งผ่านข้อมูล ออกไป นอกส่วนเครือข่ายนั้น แต่ในกรณีที่ ต้องส่งข้อมูล ไปยังส่วนอื่น บริดจ์ก็จะส่งผ่านข้อมูล ออกไป ผ่านทาง Backbone ของเครือข่าย

BROSWER

โปรแกรมสำหรับใช้เล่น internet เวิลด์ ไวด์ เว็บ (www) ได้แก่ Internter Explorer, Netscape, Opera

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คำศัพท์เครือข่าย

   


   IP มีหน้าที่กำหนดรูปแบบ ของแอดเดรสประจำเครื่อง เพื่อใช้ในการลำเลียงข้อมูลจากต้นทาง ไปยังเครื่องปลายทางได้ และยังทำหน้าที่ เลือกเส้นทาง สำหรับการลำเลียงข้อมูล และ มันยังเป็นตัวกำหนด ขนาดของข้อมูลให้เหมาะสม กับเครือข่ายอีกด้วยครับ

     TCP เป็นโปรโตรคอล แบบต้องเชื่อมต่อ ต้นทางและปลายทางก่อน ที่จะส่งข้อมูล โดยมันทำหน้าที่ นำส่งข้อมูลแบบรับประกัน หากข้อมูลเกิดสูญหาย tcp ทางฝ่ายส่งจะต้องส่งข้อมูลไปใหม่ ส่วน tcp ทางด้านรับ มีหน้าที่จัดข้อมูล ให้เลียงลำดับที่ถูกต้อง โดยการทำงานระหว่างโปรโตรคอลอื่น และ ip เช่น telnet <==> tcp <==> ip เป็นต้น

       ICMP ทำงานคู่กับ ip ครับ เพื่อควบคุมและรายงานความผิดพลาด ของการส่งข้อมูล เช่น ในกรณีที่ข้อมูล จากต้นทาง ไม่สามารถไปถึงปลายทางได้ เจ้าอุปกรณ์เครือข่าย จะใช้ icmp แจ้งสาเหตุของปัญหากลับไปยังต้นทาง

        UDP ทำงานในระดับเดียวกับ tcp แต่ ไม่ต้องเชื่อมต่อก่อนรับและส่ง ไม่มีกลไก ตรวจสอบหรือรับประกันข้อมูล ข้อดีก็คือใช้การประมวลผลต่ำกว่า tcp เนื่องจากเพ็คเกตจะมีขนาดเล็กกว่า และไม่ต้องจัดการ การเชื่อมต่อ การทำงานแบบนี้คือร้องขอ แล้วรอตอบกลับ เช่น dns tftp

       DNS ให้บริการในเรื่องของ การสอบถามไอพีแอดเดรส หรือชื่อโดเมน เจ้าตัวนี้เองที่ช่วยให้เราไม่ต้องจำไอพี และใช้เป็น www.name.com นั่นเอง

NFS เป็นโปรโตคอลของ บริษัทซัน ไมโครซิสเต็ม โดยมันทำหน้าที่ให้ เครื่องในเครือข่าย สามารถใช้แฟ้มข้อมูล ของเครื่องอื่น ๆ ได้เสมือนว่าเป็นแฟ้มที่อยู่ในดิสของตนเอง

SMTP คงจะคุ้นเคยกันจากโปรแกรมเมล์ ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งมันคือ โปรโตรคอล ที่ทำหน้าที่ รับ-ส่ง จดหมายอิเล็คทรอนิคส์

FTP ให้บริการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล กลไกการทำงานของมันทำให้ สำเนา ลบ หรือจัดการไดเรกทอรี่ได้

TELNET เป็นโปรโตรคอล สำหรับเข้าใช้โฮสต์ ระยะไกล ไม่ว่าคุณจะอยู่ในเครื่องข่าย วงเดียวกัน หรืออยู่ไกลออกไป ก็สามารถเข้าใช้เครื่องแบบระยะไกลได้

TFTP ใช้ถ่ายโอนแฟ้มระหว่างเครื่อง เหมือนกับ ftp แต่เป็นการใช้บริการผ่าน udp อย่างที่บอกไว้ข้างต้น โดยทั่วไปจะใช้ ในการบูตเครื่อง ที่ไม่มีดิสก์ ผ่านเครือข่ายนั่นเอง



วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คำศัพท์ Network 10 คำ

Packet : เป็น กลุ่มของข้อมูลที่มีการรับส่งกันอยู่ ภายในเครือข่าย ที่มีการเติม “เฮดเดอร์” ซึ่งเป็นข้อมูล ที่บอกถึงลักษณะ ของข้อมูลที่บรรจุอยู่ภายใน และปลายทางของ แพ็คเก็ต เราสามารถเปรียบ แพ็คเก็ต ได้กับ “ซองใส่ข้อมูล” โดยที่มีส่วนเฮดเดอร์ เปรียบได้กับที่อยู่นั่นเอง

IP telephony ระบบ โทรศัพท์ ผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นระบบที่รวมเอา การติดต่อสื่อสาร ข้อมูลประเภทต่างๆ เช่นข้อมูลตัวอักษร ข้อมูลเสียงและภาพ เข้าด้วยกัน ผ่านโครงข่าย ที่ส่งข้อมูลแบบเป็นกลุ่ม (packet) ระบบโทรศัพท์ ผ่านอินเทอร์เน็ตนี้ ช่วยเพิ่มคุณค่า ให้กับเครือข่าย บริการรูปแบบใหม่ เหล่านี้ ด้วยการอาศัย การส่งข้อมูลประเภทต่างๆ เหล่านี้รวมกัน บนเส้นทางเชื่อมต่อเดียว ทำให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และสาขาย่อยต่างๆ สามารถลดค่าใช้จ่าย สำหรับระบบเครือข่าย เสียงและข้อมูล ได้เป็นอย่างมาก

PPP (Point to Point Protocol) PPP เป็นโปรโตคอลแบบจุดต่อจุดชนิดหนึ่ง มักใช้กับเครือข่าย WAN ซึ่ง PPP ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อชดเชยข้อบกพร่องหลายอย่างของโปรโตคอล SLIP เช่น SLIP ไม่สามารถรับรองความผิดพลาดในการส่งข้อมูล และไม่สามารถกำหนดไอพีแอดเดรสโดยอัตโนมัติได้ เป็นต้น

ICMP เป็นโปรโตคอลที่ใช้ในการแจ้งข้อผิดพลาดและปัญหาที่เกิดจากการลำเลียง IP Address ซึ่งภายในแพ็กเก็ต ของ ICMP จะบรรจุข้อมูลเกี่ยวกับข้อผิดพลาดและปัญหาที่เกิดขึ้น

Video Teleconference หมายถึง การประชุมทางไกลโดยระบบการติดต่อสื่อสารใช้ระบบอินเตอร์เนตเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งผู้ประชุมจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ในเวลาเดียวกัน

Data Ware-house หมายถึง ระบบการจัดเก็บ รวบรวมข้อมูล ที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการต่างๆ ขององค์กร (มักเป็นองค์กรขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่ เช่น กรมสรรพสากร) โดยข้อมูลเหล่านั้นมักเป็นข้อมูลกระจัดกระจาย ให้มารวมไว้เป็นศูนย์กลางข้อมูล ขององค์กร

Geographic Information System หมายถึง ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กระบวนการทำงานเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงพื้นที่ (spatial data) ด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยการกำหนดข้อมูลเชิงบรรยาย (attribute data) และสารสนเทศเช่น ที่อยู่ บ้านเลขที่ ที่มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งในเชิงพื้นที่ เช่น ตำแหน่ง เส้นรุ้ง ในรูปของ ตารางข้อมูล และ ฐานข้อมูล

Laptop Computer หมายถึง เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่สามารถขนย้ายไปไหนมาไหนได้สะดวก ประสิทธิภาพของแล็ปท็อปโดยทั่วไปจะพอกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบปกติ ในขณะที่ราคาจะสูงกว่า โดยส่วนที่จะแตกต่างกับคอมพิวเตอร์ทั่วไปคือ จอภาพจะเป็นลักษณะจอ LCD และจะมีทัชแพดที่ใช้สำหรับควบคุมการทำงานของลูกศรบริเวณหน้าจอ

Executive Information Systems หมายถึง ระบบสารสนเทศที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ ทักษะ และความสามารถในการเข้าถึงสารสนเทศสำหรับ ผู้บริหารเนื่องจากผู้บริหารเป็นกลุ่มบุคคลที่ต้องการข้อมูลที่มีลักษณะเฉพาะ โดยเฉพาะด้านระยะเวลาในการเข้าถึงและทำความเข้าใจกับข้อมูล

Wireless Fidelity (Wi – Fi) หมายถึง มาตราฐานที่รับรองโดย WECA เพื่อรับรองว่าอุปกรณ์ Wireless LAN ที่ได้รับโลโก้ Wi – Fi สามารถทำงานร่วมกันได้และสนับสนุนมาตราฐาน IEEE802.11 b


วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คำศัพย์เกี่ยวกับ Network


<1>  Share Data หมายถึง การใช้ข้อมูลร่วมกัน  แต่ละคนจะสามรถเรียกใช้ข้อมูลซึ่งกันและกันได้ทันที แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการกำหนดสิทธิในการเรียกใช้ข้อมูลของแต่ละ User ซึ่งจะสามารถกำหนดได้ว่า User คนใดจะสามารถใช้งานข้อมูลใดได้ถึงระดับใดบ้าง งานข้อมูลของ User แต่ละคนจะถูกเก็บไว้ในที่เดียวกัน คือ Hard disk ของ File server

<2>  Share Printer เครื่องพิมพ เป็นอุปกรณ ต่อพ่วง (Peripherals) ที่ใช้งานมากที่สุดโดยเฉพาะในปัจจุบันมี Printer ราคาสูงเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะ Laser Printer และเครื่องพิมพ์ สี
(Color Printer) ซึ่งมีราคาแพงและจะเป็นที่จะต้องนำมาใช้งานร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน สูงสุด

<3>  Share Software Packages  เป็นการใช้ซอพต์แวร์ต่างๆร่วมกันผ่านระบบเครือข่าย  ซึ่งเครื่องหลักจะสามารถแชร์วซอพต์แวร์ไปยังเครื่องอื่นๆในระบบเดียวกันให้ ใช้งานเร่วมกันซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ได้

<4>  NOS (Network Operating System) ระบบปฏิบัติการเครือข่ายจะเป็นตัวที่คอยจัดการเกี่ยวกับการใช้งานเครือข่าย ของผู้ใช้แต่ละคน หรือเป็นตัวจัดการและควบคุมการใช้ทรัพยากรต่างๆ ของ
เครือข่าย ระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่เป็นที่นิยม เช่น Windows Server 2007, Novell NetWare, 
Sun Solaris และ Red Hat Linux เป็นต้น 

<5>  Backbone หมาย ถึงสายส่งขนาดใหญ่ ในการนำข้อมูลจากสายขนาดเล็กกว่าเพื่อการเชื่อมต่อภายใน  ซึ่งในระดับ LAN โดย backbone เป็นสายหรือกลุ่มของสายซึ่งระบบต่อเชื่อมกับระบบ WAN หรือภายในระบบ เพื่อขยายประสิทธิภาพของระยะทาง  ในอินเตอร์เน็ตหรือระบบ WAN อื่น ๆ backbone เป็นกลุ่มของเส้นทางที่เครือข่ายต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อเข้ากับการเชื่อมโยงระยะไกล จุดเชื่อมต่อของเครือข่ายคือ nodes หรือ telecommunication data switching exchange (DSEs)
 
<6>  Bandwidth คำว่า Bandwidth นั้นเกิดจาก Band หมายถึง คลื่นความถี่ และ Width หมายถึง ความกว้าง รวมแล้ว Bandwidth คือ ความกว้างของคลื่นความถี่ เปรียบได้กับถนน ยิ่ง Bandwidth สูง การรับส่งข้อมูล เข้า ออก ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพสูง เป็นปริมาณการรับ และการส่งข้อมูล  (Data-Transfer)  หรือเราจะเปรียบเทียบกับมิเตอร์น้ำก็ได้  แต่มิเตอร์น้ำจะนับแค่ขาเข้า   แต่การคำนวณ Bandwidth จะคำนวณจากปริมาณข้อมูลทั้งขาเข้า และขาออก 

<7>  Port คำว่าพอร์ตสำหรับวงจรดิจิตอลคือลักษณะ ของสายสัญญาณเส้นหนึ่ง ของวงจรๆ หนึ่ง เช่นใน IC ตัวหนึ่ง ๆ ก็มีหน้าที่ในการส่งสัญณาณออก ไปซึ่งจะเรียกว่า เอาท์พุตพอร์ต (output) หรือถ้ารับสัญญาณเข้ามา ก็จะเรียก อินพุตพอร์ต (Input Port)

<8>  Collision Domain คือการเชื่อมคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่งเข้าด้วยกัน คอมพิวเตอร์ทั้งหมดติดต่อสื่อสารกันได้และข้อมูลก็อาจจะเกิดการชนกันได้ ทำให้เกิดการรับส่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง การแก้ไขการชนกันของข้อมูลนั้น ต้องใช้กฏกติกาการรับส่งข้อมูลเข้ามาช่วยเช่น CSMA/CD (Carrier Sense Multiple Access/Collision Detect) เป็นหนึ่งในกติกานั้น ซึ่งจะคล้ายกับสัญญาณไฟจราจรที่มีการหลีกเลี่ยงกันและกันในทางแยก (สำหรับในที่นี้จะไม่กล่าวถึงรายละเอียด) Collision Domain ส่วนมากมักจะเกิดจากเชื่อมต่อเข้าหากันด้วยอุปกรณ์ Hub ซึ่งในการเชื่อมต่อ Hub ต่อกันไปเรื่อยๆ ทั้งหมดจะอยู่ใน Collision Domain เดียวกัน ดังนั้นจะทำให้มี Collision Domain ขนาดใหญ่มากทำให้มีข้อมูลวิ่งเต็มไปหมดและมีโอกาสเกิดการชนกันของข้อมูลได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการรอคอยที่ยาวนานกว่าจะสามารถทำการรับส่งข้อมูลได้ทำ ให้ มี Switch เข้ามาทดแทนดังในปัจจุบันนั่นเอง

<9>  Broadcast  คือ สถานีบริการหนึ่งสามารถส่งกระจายข่าวสารมัลติมีเดียไปให้กับผู้ขอใช้บริการ (client) ได้ทุกเครื่องบนเครือข่ายในขณะเดียวกัน เช่นถ้า เชิร์ฟเวอร์เป็นสถานีบริการทีวี ก็จะกระจายไปยังผู้ชมที่อยู่บนเครือข่ายได้ทุกคน เป้าหมายที่สำคัญต่อมาคือ ต้องการให้ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์ได้ หรือโต้ตอบกลับได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ ผู้ชมสามารถร่วมเล่นเกมโชว์จากทางบ้านได้

<10>  Active HUB คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรวมสายเชื่อมโยงจากคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์นี้จะรับส่งสัญญาณกับคอมพิวเตอร์ซึ่งช่วยขยายสัญญาณ มักใช้ในเครือข่ายแบบ Token Ring ซึ่ง Active HUB จะทำหน้าที่ขยายสัญญาณ ที่ส่งมาทำให้สามารถสัญญาณได้ไกลขึ้น โดยจะทำการสร้างสัญญาณที่ได้รับขึ้นมาใหม่ และทำการส่งสัญญาณออกไปและต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการทำงาน ซึ่งฮับส่วนใหญ่แล้วจะเป็นฮับชนิดนี้

แหล่งที่มา : http://eawks507.blogspot.com/2012/07/2.html

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คำศัพท์ 10 คำ ของอาจารย์กิตติศักดิ์

  1. Multi User                                           โปรแกรมสำหรับตรวจสอบข้อมูล
  2. Share Disks pace                              เป็นการใช้งานร่วมกันของเนื้อหาที่ใช้ในการเก็บข้อมูล
  3. Share Communication Devices       เป็นอุปกรณ์สื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ร่วมกัน
  4. Group Calendar                                 โปรแกรมที่รวบรวมปฏิทินรายวัน
  5. NIC                                                       เน็ตเวิร์คการ์ด
  6. Server Computer                               เซิร์ฟเวอร์ของเครือข่าย
  7. Client                                                   เครื่องลูกข่าย 
  8. OS                                                       ระบบปฏิบัติการ
  9. Transmission                                     แลกเปลี่ยนข้อมูล
  10. Sender                                               ผู้ส่ง
แหล่งที่มา :  http://naparatthongthod.blogspot.com/

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คำศัพท์ 10 คำ ของอาจารย์กิตติศักดิ์

                                    
                             คำศัพท์ 10 คำ ของอาจารย์กิตติศักดิ์

love me love my dog

1.สัญญาณอนาล๊อก (Analog signal)
    คือ เป็นสัญญาณแบบต่อเนื่อง ที่มีลักษณะเป็นคลื่นไซน์(Sine Wave) โดยหน่วยวัดสัญญาณแบบนี้คือ เฮิรตซ์(Hertz) โดยมีลักษณะสมบัติ 2 ประการคือ

2.Simplex   
 เป็นทิศทางการสื่อสารข้อมูลแบบที่ข้อมูลจะถูกส่งจากทิศทางหนึ่งไปยังอีกทิศทาง โดยส่งข้อมูลกลับมาไม่ได้ เช่นระบบวิทยุ หรือโทรทัศน์

 3. การส่งข้อมูลแบบซิงโครนัส (synchronous transmission) 
      เป็นการส่งบิต 0 และ 1 ที่ต่อเนื่องกันไปโดยไม่มีการแบ่งแยก ผู้รับต้องแยกบิตเหล่านี้ออกมาเป็นไบต์ หรือเป็นตัวอักษรเอง

 4. การส่งข้อมูลแบบอะซิงโครนัส (asynchronous transmission) 
      เป็นการส่งข้อมูลที่ผู้รับและผู้ส่งไม่ต้องใช้สัญญาณนาฬิกาเดียวกัน แต่ข้อมูลที่รับต้องถูกแปลตามรูปแบบที่ได้ตกลงกันไว้ก่อน เนื่องจากไม่ต้องใช้สัญญาณนาฬิกาเดียวกันทำให้ผู้รับไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเมื่อใดจะมีข้อมูลส่งมาให้ ดังนั้นผู้ส่งจึงจำเป็นต้องแจ้งผู้รับให้ทราบว่าจะมีการส่งข้อมูลมาให้โดยการเพิ่มบิตพิเศษเข้ามาอีกหนึ่งบิต เอาไว้ก่อนหน้าบิตข้อมูล เรียกว่า บิตเริ่ม (start bit)

6.การส่งแบบขนาน (parallel transmission) 
    คือการส่งข้อมูลพร้อมกันทีละหลาย ๆ บิตในหนึ่งรอบสัญญาณนาฬิกา โดยการส่งจะรวมบิต 0 และ 1 หลาย ๆ บิตเข้าเป็นกลุ่มจำนวน n บิต ผู้ส่งส่งครั้งละ n บิต ผู้รับจะรับครั้งละ n บิตเช่นกัน ซึ่งจะคล้ายกับเวลาที่เราพูดคุยเราจะพูดเป็นคำ ๆ ไม่พูดทีละตัวอักษร


7.การส่งข้อมูลแบบอนุกรม (serial transmission) 
    จะใช้วิธีการส่งทีละ 1 บิตในหนึ่งรอบสัญญาณนาฬิกา ทำให้ดูเหมือนว่าบิตต่าง ๆ เรียงต่อเนื่องกันไป จากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่ง ดังรูป
       กลไกการส่งข้อมูลแบบขนานใช้หลักการง่าย ๆ เมื่อส่งครั้งละ n บิต ต้องใ้ช้สาย n เส้น แต่ละบิตมีสายของตนเอง ในการส่งแต่ละครั้งทุกเส้นต้องใช้สัญญาณนาฬิกาอันเดียวกัน ทำให้สามารถส่งออกไปยังอุปกรณ์อื่นพร้อมกันได้

8.สัญญาณดิจิตอล (Digital signal)
    คือ สัญญาณที่ไม่ต่อเนื่อง โดยรูปแบบของสัญญาณมีความเปลี่ยนแปลง ที่ไม่ปะติดปะต่อกัน อัตราการส่งข้อมูลมีหน่วยเป็น bps หรือ Bit Per Second

9.ช่วงกว้างของคลื่น (Ampitude) 
    คือ ความสูงของคลื่นภายในคาบเวลาที่กำหนด ความกว้าง หมายถึง ความดังของสัญญาณเสียง โดยกำหนดให้เสียงที่ดังเพิ่มขึ้นถูกแทนด้วย 1

10.ความถี่ของคลื่น (Frequency)  
      คือ จำนวนครั้งที่คลื่นทวนซ้ำระหว่างช่วงเวลาที่กำหนด หมายถึง จำนวนครั้งที่คลื่นจะเสร็จสิ้นหนึ่งรอบในหนึ่งวินาที ความถี่ที่ถูกเพิ่มขึ้นจะถูกแทนด้วย 1