Microwave การส่งสัญญาณข้อมูลไปกลับคลื่นไมโครเวฟเป็นการส่งสัญญาณข้อมูลแบบรับช่วงต่อๆ กันจากหอ (สถานี) ส่ง-รับสัญญาณหนึ่งไปยังอีกหอหนึ่งแต่ละหอจะครอบคลุมพื้นที่ รับสัญญาณประมาณ 30 – 50 กม.
Satellite ลักษณะของการรับส่งสัญญาณข้อมูลอาจจะเป็นแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point) หรือแบบแพร่สัญญาณ (Broadcast) สถานีดาวเทียม 1 ดวง สามารถมีเครื่องทบทวนสัญญาณดาวเทียมได้ถึง 25 เครื่อง และสามารถครอบคลุมพื้นที่การส่งสัญญาณได้ถึง 1 ใน 3ของพื้นผิวโลก เครื่องทบทวนสัญญาณของดาวเทียมเรียกว่า (Transponder) ไปยังสถานีปลายทาง การส่งสัญญาณข้อมูลขึ้นไปยังดาวเทียมเรียกว่า “สัญญาณอัปลิงก์” และการส่งสัญญาณข้อมูลกลับลงมายังพื้นโลกเรียกว่า “สัญญาณ ดาวน์-ลิงก์”
Point-to-Point คือ การรับ-ส่งสัญญาณข้อมูล ภาพ และวีดีโอภาพ ผู้ใช้สามารถรับ-ส่งสัญญาณถึงกันได้ด้วยความเร็วสูง ทั้งต้นทาง และปลายทาง ทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถรับ-ส่ง สัญญาณข้อมูลระหว่างสาขาได้ โดยใช้สำนักงานใหญ่ เป็นสื่อกลางในการรับ-ส่งข้อมูลถึงกัน
Broadcast คือสถานีบริการหนึ่งสามารถส่งกระจายข่าวสารมัลติมีเดียไปให้กับผู้ขอใช้บริการ (client) ได้ทุกเครื่องบนเครือข่ายในขณะเดียวกัน เช่นถ้า เชิร์ฟเวอร์เป็นสถานีบริการทีวี ก็จะกระจายไปยังผู้ชมที่อยู่บนเครือข่ายได้ทุกคน เป้าหมายที่สำคัญต่อมาคือ ต้องการให้ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์ได้ หรือโต้ตอบกลับได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ ผู้ชมสามารถร่วมเล่นเกมโชว์จากทางบ้านได้
Bluetooth ลักษณะของบลูทูธเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1998 ใช้ความถี่ในการส่งสัญญาณข้อมูล 2.5 GHz. สื่อสารได้ในระยะทางไม่เกิน 10 เมตร สื่อสารระหว่างอุปกรณ์หลายๆ อุปกรณ์ได้
Infrared ลักษณะของแสงอินฟราเรดเป็นคลื่นความถี่สั้น ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับคลื่นไมโครเวฟตรงที่การส่งสัญญาณเป็นแนวเส้นตรงในระดับสายตาเหมือนกัน คลื่นอินฟราเรดนิยมนามาใช้งานสาหรับการสื่อสารระยะใกล้ โดยมีอุปกรณ์หลายชิ้นในปัจจุบัน เช่น รีโมตคอนโทรล คอมพิวเตอร์ และรวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เครื่องพิมพ์ เมาส์ และกล้องดิจิทัล ซึ่งจะมีพอร์ต IrDA ที่ใช้สาหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่สื่อสารด้วยคลื่นอินฟราเรด
Maintenance ในที่นี้ย่อมหมายถึงการดูแลรักษา
Workstation เวิร์กสเตชัน (Workstation) ถ้าแปลก็จะหมายถึง “สถานีงาน” แต่เป็นสถานีงานที่ประกอบกันขึ้นมาด้วยระบบคอมพิวเตอร์นั่นเอง อันที่จริงแล้วเครื่องเวิร์กสเตชันก็ถือเป็นคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่ง ซึ่งในสมัยก่อนถือว่ามีความโดดเด่นมาก เพราะคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในสมัยนั้นจะถูกใช้งานในด้านธุรกิจ หรือในบริษัทและองค์กร โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในองค์กรก็จะมีลักษณะเป็นเทอร์มินัล หรือไคลเอ็นต์ ซึ่งไม่ได้มีความสามารถในการประมวลผลทั้งหมดได้เหมือนกับพีซีปัจจุบัน หรือมีประสิทธิภาพต่ำ ทุกสิ่งถูกประมวลผลผ่านเซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก เพราะงานส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นการประมวลผลอะไรมากอยู่แล้ว
Concurrent User License หมายถึง Software ที่ระบุจำนวน User ที่สามารถใช้งานได้สูงสุดบนระบบ Network เช่น แบบ 20 Copy นั้นหมายถึง User สามารถใช้งาน Software ตัวนี้ สามารถ ใช้งานได้พร้อมกัน 20 คน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น